ไฟไหม้โรงเรียนวอดทั้งหลัง-ต้นเพลิงห้องเด็กอนุบาล บ้านใกล้รร.ขนของหนีวุ่น!!


แชร์:


เวลา 02.30 น. วันที่ 6 ก.ค. พ.ต.อ.กีรติ แวยูโซ๊ะ ผกก.สภ.เมือง จ.ปัตตานี รับแจ้งจาก ชรบ. ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารเรียนของโรงเรียนบ้านจะรังบองอ ม.6 ต.ตะลูโบ๊ะ อ.เมือง จ.ปัตตานี จึงรีบรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปราบพาล มีมงคล นำกำลังตำรวจ ทหาร อส. ศูนย์กู้ชีพตะลูโบ๊ะ พร้อมประสานรถดับเพลิงของอำเภอเมืองปัตตานี ร่วมกับรถดับเพลิงเทศบาลเมืองปัตตานี รวม 6 คัน รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

พบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้อาคารเรียนอย่างรุนแรงเนื่องจากเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ไฟไหม้ห้องเรียนและลามไปทั้งหมด 7 ห้อง อย่างต่อเนื่อง

เจ้าหน้าที่ได้เร่งระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างเร่งด่วน เนื่องจากมีบ้านชาวบ้านที่สร้างใกล้โรงเรียนหลายหลัง อาจจะถูกเพลิงลุกลามได้ ซึ่งชาวบ้านต่างขนของตั้งไว้นอกบ้าน กระทั่งเวลาผ่านไปร่วม 2 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ แต่ปรากฏว่าเพลิงได้เผาผลาญอาคารเรียนไปทั้งหลัง 7 ห้อง





โดยเป็นห้องเรียนชั้นนอนุบาล 1-2 ห้องประถมฯ ห้องพักครู ห้องพยาบาล ห้องครัว ห้องประชุม รวมทั้งโต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์การเรียนต่างๆ อุปกรณ์ครัว และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ วอดเป็นเถ้าถ่าน โดยไม่สามารถขนสิ่งของอะไรออกมาได้ มีเพียงเครื่องเสียงและอุปกรณ์การเรียนเล็กน้อย ที่ชาวบ้านช่วยขนหนีไฟออกมาได้ทัน

จากการการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า อาคารเรียนดังกล่าว เป็นอาคารเก่ากว่า 40 ปี ต่อเติมเป็นอาคารชั้นเดียว ยาวรวม 7 ห้อง ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ ชุด ชรบ.ที่เฝ้าอาคารเรียน ดูแลอยู่ หน้าโรงเรียน เห็นแสงเพลิงที่ไหม้อยู่ภายในห้องเรียนอนุบาล 1 จึงเข้าไปดูปรากฏว่าไฟได้ไหม้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นจุดที่มีเอกสารกระดาษและเบาะนอนเด็กอนุบาลกองอยู่ จึงรีบแจ้งชาวบ้านทราบ

ก่อนช่วยกันสาดน้ำเพื่อดับไฟ แต่ยิ่งลามมากขึ้นควบคุมเพลิงไม่อยู่ จึงได้แจ้งให้อำเภอทราบ เพื่อให้รถดับเพลิงมาดับไฟดังกล่าว แต่เนื่องจากเป็นพื้นที่เสี่ยง ทำให้รถดับเพลิงมาล่าช้ามาก เพราะต้องจัดกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยมาควบคู่ชุดดับเพลิง เมื่อมาถึงไฟได้ลุกลามมากแล้ว

ทั้งนี้เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถสรุปประเด็นสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้ได้ คาดว่าไฟฟ้าอาจจะลัดวงจร ซึ่งต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานปัตตานี เข้าตรวจสอบรายละเอียดเช้านี้อีกครั้งว่า เกิดจากสาเหตุใด

ที่มา http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1436146981