ไฟไหม้กุฎิพระ-หอคำภีร์ไม้สักทองอายุ 100 ปี วัดดังเมืองลับแล-เผาวอดทั้งหลัง


แชร์:


เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 4 ก.ค. พ.ต.ท.สมสวัสดิ์ พิมพ์ศรี พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจลับแล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ รับแจ้งเหตุไฟไหม้กุฎิพระสงฆ์ วัดดอนแก้ว หมู่ 10 บ้านนอกด่านต.แม่พูล จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยรถดับเพลิงของเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ เทศบาลตำบลศรีพนมมาศและอบต.ฝายหลวง รวม 4 คัน



ที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังลุกไหม้กุฏิพระสงฆ์ จำนวน 4 ห้อง ซึ่งเป็นเรือนไม้สักทอง มีอายุเกือบ 100 ปี ยกพื้น 2 ชั้น มีความกว้าง 20 เมตร ยาว 32 เมตร รวมถึงอาคารหอคัมภีร์ ซึ่งเป็นสถานที่เก็บพระคำภีร์ใบลานและพระคำภีร์พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งอยู่ใกล้กัน ทั้งกุฏิพระและหอคำภีร์ซึ่งสร้างด้วยไม้สักทอง ถูกไฟไหม้วอดหมดทั้งหลัง ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงช่วยกันระดมฉีดน้ำอยู่นานกว่า 1 ชั่วโมงเพลิงจึงสงบลง



ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบความเสียหาย พบอาคารกุฏิพระสงฆ์และอาคารหอภัมภีร์ โดยเฉพาะประตูไม้สักทองแกะสลักอย่างสวยงาม ถูกเพลิงเผาไหม้เสียหายจนหมด รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 4 ล้านบาท แต่สิ่งที่เสียหายจนไม่สามารถประเมินค่าได้คือพระพุทธรูปขนาดต่างๆ ที่ถูกเก็บไว้ในกุฎิอดีตเจ้าอาวาส ซึ่งมีพระพุทธรูปสมัยเชียงแสน สมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยา ถูกเพลิงเผาไหม้ทำลายเสียจนหมด




จากการสอบสวนทราบว่า วัดแห่งนี้มีพระภิกษุสงฆ์ จำนวน พรรษารวมประมาณ 8 รูป ช่วงเกิดเหตุไม่มีพระภิกษุสงฆ์รูปใดอยู่ที่วัด เนื่องจากรับกิจนิมนต์ญาติโยมในงานบุญกุศล จุดเกิดเหตุเพลิงไหม้อยู่บริเวณห้องอดีตเจ้าอาวาสวัดองค์เก่า ซึ่งเป็นห้องเก็บพระเครื่องและพระพุทธรูปที่เก่าแก่ และสะเก็ดไฟจากเปลวเพลิงกระเด็นไปติดที่หอคำภีร์ ซึ่งอยู่ใกล้กัน ทำให้ไฟลุกไหม้พร้อมกันทั้งกุฎิพระและหอคำภีร์วอดทั้งหลังเช่นกัน

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า กุฏิอาคารหลังนี้มีอายุเก่ามากแล้ว สายไฟฟ้าก็เป็นชุดเก่าไม่มีการเดินสายใหม่ เหตุเพลิงไหม้คาดว่าเกิดจากอากาศที่ร้อนจัด ประกอบกับสายไฟเก่าอาจชำรุด ทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรและเกิดเพลิงไหม้ขึ้นมา แต่คงต้องรอผลพิสูจน์กองพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้งหนึ่ง

ที่มา: www.khaosod.co.th